โรคไข้นกแก้ว ซิททาโคซิส (Psittacosis)

โรคในนกแก้ว

โรคนกแก้ว คือ โรคที่เกิดจากเชื้อ Chlamydia หรือ Chlamydia psittaci ที่ถูกขับออกมากับน้ำมูก น้ำลายและอุจจาระของนกป่วย ซึ่งสามารถปลิวเป็นละอองเล็ก ๆ เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของนกตัวอื่นและสามารถติดต่อถึงมนุษย์ได้เช่นกัน

หัวข้อสำคัญ

ไข้นกแก้วมีความสำคัญอย่างไร

ในปัจจุบันมีความนิยมเลี้ยงนกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มของนกแก้ว เนื่องจากความสวยงาม น่ารัก และความแสนรู้ของพวกเขาทำให้มีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้เลี้ยงเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามพบว่า มีโรคจากนกสู่คนมากมาย นอกจากนี้ยังพบว่าติดต่อไปยังกลุ่มนกด้วยกันเองอีกด้วย

โดยเฉพาะโรคไข้นกแก้ว (Parrot fever) หรือ ซิทตาโคซิส (Psittacosis) และยังรู้จักในชื่อ คลามัยเดีย (Avian chlamydiosis) ทำให้ผู้เลี้ยงนกควรมีความตระหนักถึงการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ และมีการป้องกันที่เหมาะสมก่อนนํานกเข้ามาเลี้ยงในครัวเรือน

เชื้อคลามัยเดีย

หน้าตาของเชื้อคลามัยเดีย (Avian chlamydiosis)

ไข้นกแก้วแท้จริงแล้วเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง

เชื้อก่อโรค คือ แบคทีเรียที่สามารถเพิ่มจำนวนได้เฉพาะเมื่ออยู่ภายในเซลล์สิ่งมีชีวิต แกรมลบ ชื่อ Chlamydia psittaci ปัจจุบันพบ 9 จีโนไทป์ แบ่งเป็น 7 จีโนไทป์ พบในสัตว์ปีก และ 2 จีโนไทป์ พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ได้แก่ A และ F

เกิดโรคในนกแก้ว คือ A พบมากในกลุ่ม Psittacine birds และ F ในกลุ่ม Parakeet                    B เกิดโรคในนกพิราบ C เกิดโรคในเป็ดและห่าน D ในโรคไก่งวง E ในนกพิราบ เป็ด และนกจําพวก Ratite E/B ในเป็ด ไก่งวง และนกพิราบ ส่วน M56 เกิดโรคในพวกกลุ่มสัตว์ฟันแทะ และ WC พบในวัว OIE

รายงานการระบาดของไข้นกแก้วที่พบ

การระบาดของไข้นกแก้วพบรายงานในประเทศ แมกซิโก สหรัฐอเมริกา คอสตาริก้า นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ไตหวัน อิหร่าน อียิปต์ เนเธอแลนด์ บราซิล ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย ในนกแก้วพบความชุก ตั้งแต่ 3.4%- 93%

ส่วนในประเทศไทย มีรายงานการระบาด มาตั้งแต่ปี 1996 และในปี 2015 ตรวจพบประมาณ 10.8% ในนกพิราบที่ไม่แสดงอาการ ปี 2016 พบในกลุ่มนกแก้ว ประมาณ 7.87% การแพร่ระบาดของโรค สันนิฐานว่ายังสามารถพบได้อยู่ เนื่องจากแนวโน้มในการนําเข้าและส่งออกนก มายังประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้การแพร่กระจายเชื้อสู่ธรรมชาติยังมีวงจรที่ ยาวนาน ดังนั้นการตรวจหาโรคด้วยวิธีการที่เหมาะสมจึงควรตระหนักในกลุ่มผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนกทุกๆท่าน

วงจรชีวิตของเชื้อ

คลามัยเดีย มีความแตกต่างจากแบคทีเรียทั่วๆไป พวกมันมีรูปร่างได้ 2 แบบ ดังนี้

  • แบบที่ 1 เรียกว่า Elementary body มีขนาดเล็ก ประมาณ 0.2-0.3 ไมโครเมตร ผนังเมมเบรนแข็งแรงทำให้ เชื้อคงทนต่อสภาพแวดล้อม เป็นระยะที่เชื้อมีการติดต่อไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่น (Host cell)
  • แบบที่ 2 เรียกว่า Reticulate body หรือ initial body มีขนาดใหญ่ประมาณ 0.5-2 ไมโครเมตร ผนังบาง ไม่ทนต่อสิ่งแวดล้อม พบอยู่ในเซลล์เท่านั้น เป็นระยะที่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ (Binary division)
เซลล์คลามัยเดีย

ภาพ เซลล์คลามัยเดียจากกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้อิเล็กตรอนแทนแสง

กลไกการเพิ่มจำนวนและก่อโรคของเชื้อคลามัยเดีย มี 5 ระยะ

  1. ระยะเข้าสู่เซลล์ โดยเชื้อในรูป Elementary body ยึดเกาะกับผิวเซลล์และเข้าสู่เซลล์ โดยวิธี endocytosis
  2. เมื่อเข้าสู่เซลล์แล้วพบว่า Elementary body จะเปลี่ยนรูปไปเป็น Reticulate body โดยใช้เวลา ประมาณ 8 ชั่วโมง เพื่อให้เชื้ออยู่ในสภาพ Active ในระยะท้าย Reticulate body จะเริ่มทำการเพิ่มจำนวน โดยวิธี Binary fission ทำให้ได้เชื้อใหม่ เพิ่มขึ้นอาจจะมากถึง 100-500 ตัว
  3. ระยะนี้ endosome จะขยายใหญ่เห็นเป็น Inclusion body ภายในไซโตพลาสซึมได้
  4. ระยะแปลงร่างกลับจาก Reticulate body เป็น Elementary body ซึ่งจะเกิดภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังติดเชื้อ นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อย้อมด้วยสียิม ทำให้พบการติดสีชัดเจนที่ Inclusion body ในเซลล์ที่ ติดเชื้ออีกด้วย
  5. ระยะปลดปล่อย Elementary body ออกมาภายนอกเซลล์ จะเกิดขึ้นภายใน 48-72 ชั่วโมง โดย เชื่อที่หลุดออกมาเป็นระยะติดต่อเข้าไปยังเซลล์อื่นต่อไป
วงจรชื้อ

วงจรชีวิตของเชื้อคลามัยเดีย (Avian chlamydiosis)

อาการของนกที่ป่วย

การติดเชื้อไข้นกแก้ว เป็นการติดเชื้อแบบทั่วร่างกายและมีความรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงที่เคยมีการศึกษามา ได้แก่ สายพันธุ์ สัตว์ปีกที่ติดเชื้อ อายุ ปริมาณเชื้อที่ได้รับ ความเครียดและสิ่งแวดล้อม

อาการที่พบมีตั้งแต่ไม่แสดงอาการ แสดงอาการน้อย ไปจนถึงรุนแรง โดยปรากฏอาการทั่วไปไม่จําเพาะ เช่น เบื่ออาหาร อ่อนแรง ขนยุ่งฟู มีน้ำมูกน้ำตา และน้ำหนักลดลง อาการทางเดินหายใจที่พบมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ จาม หายใจลำบาก ไซนัสบวม เป็นต้น ส่วนอาการทางเดินอาหาร ที่พบได้แก่ ท้องเสีย ร่วมกับอุจจาระสีเขียวอ่อน พบภาวะปัสสาวะมากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีรายงานการพบอาการทาง ประสาท ได้แก่ คอบิด หลังแอ่น ชักเกร็ง ขาเป็นอัมพาต สามารถพบได้ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นมาระยะเวลานาน

รอยโรคที่พบส่วนใหญ่ปรากฏใน 3 อวัยวะหลัก ได้แก่ ม้าม, ตับ, และถุงลม นอกจากนี้ยังอาจพบวิการที่ลําไส้ ไต และการบาดเจ็บในอวัยวะอื่นที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

ม้ามพบเนื้อตายเป็นหย่อมๆและจุดเลือดออกขนาดเล็ก

ม้ามนก

ตับพบเนื้อตายเป็นจำนวนมาก

ตบนก

ถุงลมพบก้อนเซลล์อักเสบกระจายไปทั่ว

ถุงลมนก

อาการของคนที่ติดไข้นกแก้ว

การติดเชื้อในคนพบว่าติดจากนกไปสู่คน โดยผ่านทางการหายใจเอาเชื้อที่ขับออกมากับ ปัสสาวะ, อุจจาระหรือสารคัดหลั่งที่มีการปนเปื้อนกับเนื้อเยื่อของนกที่ติดเชื้อ อาการที่พบในคนโดยปกติจะคล้ายอาการเป็นไข้ แต่สามารถนําไปสู่อาการปอดอักเสบ รุนแรง บางรายพบว่าทำให้เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ ไตทำงานผิดปกติ และมีรายงานเป็นส่วนน้อยว่า เกิดภาวะแท้งบุตรในรายที่มีการตั้งครรภ์อีกด้วย

ติดโรคจากนก

หากพบว่านกของท่านติดเชื้อแล้วมีแนวทางรักษาอย่างไร

การรักษาโรคไข้นกแก้ว สามารถใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม เตตราซัยคลิน (Tetracycline) ซึ่งเป็น Drug of choice ได้แก่ Doxycycline พบว่าให้ผลต่อเชื้อค่อนข้างไว เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน ไปจนถึง 7 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ยาตัวอื่น เช่น Enrofloxacin, Azithromycin ได้ด้วย การพยากรณ์โรคขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อาจจะได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ตามความเหมาะสม

การป้องกันโรคไข้นกแก้ว

ให้ทำการตรวจคัดกรองโรคกับสัตวแพทย์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ใกล้ชิด หรือสวมผ้าปิดปากและถุงมือในการทำความสะอาด กรงนก หมั่นสังเกตอาการป่วย หรือหากมีการตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรแยกหรือทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม และภาชนะที่ปนเปื้อนเชื้อโดยใช้ น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของ Quaternary ammonium Compound, H20, (Hydrogen peroxide), 709% Alchohol, น้ำยาซักผ้าขาว ไฮเตอร์ รวมไปถึง น้ำยาที่มีส่วนประกอบ Aldehyde เช่น Formaldehyde, Glutaraldehyde

สรุป

โรคไข้นกแก้วเป็นอันตรายทั้งมนุษย์และสัตว์ เพราะสามารถแพร่เชื้อจากนกสู่คนได้ เกิดจากสารคัดหลั่งต่างๆที่ถูกขับออกมาจากร่างกายของพาหะ แนวทางป้องกันคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสที่ใกล้ชิด ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและภาชนะที่ปนเปื้อนเชื้อโดยใช้ น้ำยาฆ่าเชื้ออยู่เสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.msdvetmanual.com

สินค้าสำหรับเลี้ยงนกแก้ว

คอนนก อาหารนกแก้ว อุปกรณ์เลี้ยงนก